เสียงสะท้อนจากเวทีการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE 2024 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

              “DANCERCISE” เป็นหนึ่งในกิจกรรมสร้างสรรค์ตามแนวพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่แปลง “สิ่งดีงาม” จากนามธรรม เป็น รูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ ซึ่งเป็นวัยที่มีความแข็งแรง มีความกระตือรือร้น ได้มีเวทีแสดงพลังความสามารถ  ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง  เกิดทักษะที่สามารถเป็นเกราะป้องกันยาเสพติด เช่น การควบคุมตนเอง การทำงานเป็นทีม การจัดการกับปัญหาในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม  และเมื่อวันอาทิตย์ที่  4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาได้มีการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2024 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ  ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  กรุงเทพมหานคร

                นายจิรันธนิน  ปานประเสริฐ “ครูล็อต”  หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISETHAILAND CHAMPIONSHIP 2024  เล่าว่าตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่ได้ทำงานร่วมกับโครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นทั้งครูสอนเต้นและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันฯ มีโอกาสได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆ ตั้งแต่ทีมเด็กเล็กจนเป็นทีมเด็กโต จนถึงเด็กๆได้พัฒนาไปเป็นศิลปินเป็นนักเต้นระดับประเทศ ระดับโลกหรือไปเป็นครูสอนเต้นอาชีพ ถือว่ากิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE  ที่เด็กๆเหล่านี้ได้ร่วมทำเป็นสมบัติที่มีค่าที่ติดตัวพวกเขาไป และสามารถนำไปต่อยอดสู่ความสำเร็จตามความฝันของพวกเขาในอนาคตได้ การเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE  จึงเป็นกิจกรรมอีกทางเลือกหนึ่งของเด็กเยาวชนไทยในยุคนี้ที่ต้องการค้นหาความสามารถเฉพาะทางของตนเอง ที่ผ่านมาเด็กที่เข้ารอบชิงชนะเลิศระดับประเทศได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2024 รับการฝึกอบรม ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง การ Workshop ทำให้เราเห็นถึงพัฒนาการของเด็กทั้งการเตรียมตัวฝึกซ้อม การพัฒนา Concept ท่าเต้นที่พัฒนาไปไกลถึงระดับเวทีโลกก็มารวมให้เห็นในเวทีแข่งขันเต้นของ TO BE NUMBER ONE แห่งนี้  จึงถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ อยากให้ผู้ใหญ่ใจดีและสังคมช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ เปลี่ยนจากให้เด็กไปสนใจแต่สื่อโซเชียล ให้หันมาสนใจการร้องเพลงหรือการเต้นแทน การเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE  มีสถานที่ฝึกซ้อม มีเวทีแข่งขันให้พวกเขาได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่เต็มพลังความสามารถ ช่วยให้เด็กๆไม่ไปสนใจทำสิ่งอื่นๆที่ไม่ถูกไม่ควร

                มองว่ากิจกรรมในโครงการ TO BE NUMBER ONE ซึ่งเป็นพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ช่วยสร้างให้เกิดวัฏจักรการเติบโตของเยาวชนที่น่าภาคภูมิใจ ที่สำคัญคือการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การส่งเสริมให้เด็กได้เต้น ได้ออกกำลังกาย จะช่วยให้เด็กห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ ที่ตามก็มาคือการได้เพื่อน ได้สังคม มีรุ่นพี่รุ่นน้อง มีครูที่ดีคอยแนะนำ เด็กก็จะไม่ไปหาสิ่งไม่ดี นอกจากนี้โครงการ TO BE NUMBER ONE ยังมีการขยายเครือข่ายไปทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ มีการเปิดศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงกิจกรรม ซึ่งทูลกระหม่อมฯทรงเสด็จไปเปิดศูนย์เพื่อนใจฯทุกครั้ง พระองค์เป็นองค์ประธานที่ใกล้ชิดและเข้าถึงเยาวชนอย่างแท้จริง

                ด.ญ.สิริพิม  จักรเกษตร จริงใจ นักเต้นทีม THE C.N.X. Varsity  จากสถาบัน Astro Studio ตัวแทน สสจ.เชียงใหม่ รางวัลชมเชย รุ่น PRE-TEENAGE เล่าว่าตนเองได้เข้าแข่งขันการเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONEมาแล้วหลายปี และเคยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ระดับประเทศมาแล้ว ส่วนปีนี้นับเป็นปีที่ 5 ใช้ธีมการโชว์คือ Disco  เน้นความสนุกสนานของโชว์  การมาเต้นในเวที TO BE NUMBER ONE ทำให้ได้เพื่อนใหม่ๆ ได้ร่วมกิจกรรมค่าย TO BE NUMBER ONE DANCERCISE ได้ฝึกพัฒนาทักษะในการขยับร่างกาย ได้เรียนรู้ท่าเต้นใหม่ๆ เพื่อนำไปพัฒนาการเต้นของตัวเองและทีม จึงรู้สึกสนุกที่ได้ทำกิจกรรมนี้ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ และก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการเรียน เพราะเราได้เรียนรู้เรื่องการจัดแบ่งเวลาให้เป็นจากการร่วมค่าย

                การเต้นในเวที TO BE NUMBER ONE เป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับตัวเองมาก เพราะส่วนตัวมีความฝันอยากเป็นศิลปินหรือทำงานด้านการเต้นอยู่แล้ว การที่ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความสามารถในด้านที่ถนัดและชื่นชอบ ได้พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จจะทำให้เรารู้สึกภูมิใจ และคิดว่าทูลกระหม่อมฯองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ก็คงทรงภูมิใจในตัวนักเต้นทุกคนในโครงการนี้เช่นกัน

                ในขณะที่นางกรศศิร์ เลิศวงศ์ประเสริฐ ผู้ปกครองของน้องจริงใจ  ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมที่มีต่อกิจกรรมการเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE ว่ากิจกรรมการเต้นในโครงการนี้ ช่วยดึงเด็กออกจากสื่อโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม  และสิ่งมอมเมาต่างๆที่นับวันจะมีหลากหลายรูปแบบและเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้การเต้นยังช่วยให้เด็กได้ออกกำลังกายและมีสุขภาพแข็งแรง และทำให้เด็กมีวินัยมากขึ้น รู้จักแบ่งเวลาการเรียน การซ้อมเต้นจึงไม่กระทบต่อผลการเรียน ตนเองในฐานะผู้ปกครองจึงยินดีส่งเสริมและสนับสนุนให้น้องจริงใจเข้าร่วมกิจกรรมการเต้นในโครงการ TO BE NUMBER ONE

                นายศราวุธ  ศรีเจริญแฮม นักเต้นทีม Udon Friend Corner dance crew ตัวแทนสสจ.อุดรธานีรางวัลชมเชยรุ่น TEENAGE เล่าว่าตนเองเริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONEของโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กๆจึงถือได้ว่าเป็นสายเลือด TO BE NUMBER ONEอย่างแท้จริง ตนเองสนใจกิจกรรมต่างๆของชมรมโดยเฉพาะเรื่องการเต้นจึงได้ฝึกเต้นมาเรื่อยๆและได้เริ่มแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2564 สำหรับปีนี้ทีมใช้ธีม JAZZ มาใช้ในการแข่งขันผสมผสานกับเพลงสไตล์เกาหลีและเพลงสากล เน้นการเต้นแสดงอารมณ์เป็นหลัก เพราะต้องการสร้างความแตกต่างจากทีมอื่น

                ด้วยความที่ชื่นชอบการเต้นจึงอยากพัฒนาตัวเองเรื่องการเต้นให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายในอนาคตคือการไปเป็นนักเต้นอาชีพหรือเป็นครูสอนเต้น ซึ่งมองว่าเวทีเต้นของ TO BE NUMBER ONE ถือเป็นจุดเริ่มต้นของนักเต้นหลายๆคนที่ปัจจุบันประสบความสำเร็จไปจนถึงเวทีเต้นระดับโลก รุ่นพี่เหล่านี้ถือเป็นไอดอลสำหรับตนเองให้พยายามฝึกฝนพัฒนาตนเอง คิดหาท่าเต้นใหม่ๆ มาฝึกซ้อมอยู่เสมอ  การเต้นยังช่วยให้เรามีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ทำให้เราได้รู้จักดูแลตัวเอง ได้ออกกำลังกาย รู้จักการแต่งตัว และนอกจากนี้ยังเป็นอาชีพเสริมคือการเป็นนักเต้นฟรีแลนซ์ที่ช่วยให้ตนเองมีรายได้อีกด้วย  อยากฝากถึงน้องๆรุ่นต่อไปว่าอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง ถ้ามีความฝันก็ทำให้เต็มที่และอย่าทิ้งการเรียน เราสามารถทำทุกอย่างควบคู่กันได้ แค่เพียงรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ถึงแม้ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายเพราะหมดสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในปีต่อไปแล้วเนื่องจากอายุเกินเกณฑ์แต่ก็ตั้งปณิธานที่จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมของน้องๆที่จะเข้าแข่งขันในปีต่อไปเพราะยังรักในความเป็น TO BE NUMBER ONE อยู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *